ความรับผิดชอบต่อสังคม

ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility)

           บริษัทฯ เริ่มก่อตั้งจากการรวมตัวกันของวิศวกรไฟฟ้าจำนวน 10 คน ซึ่งต่างก็เคยมีประสบการณ์ในการดำเนินกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ ในชุมนุมวิชาการ ขณะที่เป็นนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และตระหนักดีว่า ประเทศไทยยังขาดแคลนการพัฒนาสื่อความรู้ทางวิชาการอยู่มาก และไม่มีผู้ที่สนใจเข้ามาพัฒนาอย่างจริงจัง จึงได้ก่อตั้งบริษัทฯ ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2517 โดยกำหนดเรื่องนี้ไว้ในวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งว่า "ซีเอ็ดจะดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อการศึกษาหาความรู้ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทย ในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ" และเน้นย้ำภารกิจนี้ผ่านชื่อย่อของบริษัทฯ คือ SE-ED ซึ่งย่อมาจากคำว่า Science, Engineering & EDucation เพื่อเป็นการเน้นสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศที่บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะให้ความสำคัญ คือ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการศึกษา ผ่านความมุ่งมั่นในภารกิจที่จะทำให้คนไทยเก่งขึ้น โดยมีวิสัยทัศน์ (Vision) และภารกิจ (Mission) ที่แสดงความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

           เพื่อทำให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมๆ กับสังคมได้อย่างยั่งยืน สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว ผู้บริหาร และพนักงานทุกๆ คน มีความมุ่งมั่น (Commitment) และแรงบันดาลใจ (Inspiration) ร่วมกันที่จะทำให้องค์กรสามารถทำหน้าที่เป็น "สื่อความรู้สู่สังคมไทย (Knowledge Provider)" เพื่อที่จะทำให้คนไทยเก่งขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากอดีต จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจ พร้อมกับสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองภารกิจ "เรามุ่งมั่นที่จะทำให้คนไทยเก่งขึ้น" อย่างจริงจังมาโดยตลอด ซึ่งสามารถสรุปเป็นแผนผังการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้ดังต่อไปนี้

 

 

การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม

           บริษัทฯ ส่งเสริมให้มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยตระหนักและให้ความสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกเรื่อง จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ อย่างมีคุณธรรม ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส การเป็นตัวอย่างที่ดี ความรับผิดชอบต่อสังคม ซื่อสัตย์ ความเท่าเทียมกัน สิทธิพึงมีพึงได้ของพนักงาน กรรมการ ผู้ถือหุ้น จนกลายเป็น "วัฒนธรรมขององค์กรที่แข็งแกร่ง" โดยเริ่มจากประธานคณะกรรมการ กรรมการผู้จัดการ และกรรมการบริษัทฯ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการผลักดันนโยบายให้บริษัทฯ มีกระบวนการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นหลัก และจัดให้มีการถ่ายทอด / ปลูกฝังนโยบาย ดังกล่าวให้พนักงานรับทราบทั้งองค์กร โดยเริ่มตั้งแต่ระดับกรรมการ ผู้บริหาร ลงมาสู่พนักงานระดับปฏิบัติการ

           ดังนั้น การจัดทำแผนธุรกิจในทุกกระบวนการ และทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานขององค์กร จะถูกดำเนินการภายใต้ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายด้วยความเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็น ผู้ถือหุ้น คู่ค้า คู่แข่ง เจ้าหนี้ ลูกค้า พนักงาน ชุมชนและสังคม อย่างสม่ำเสมอ บริษัทฯ จึงกำหนดให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามเอกสาร จรรยาบรรณ / จริยธรรม ที่บริษัทฯ จัดทำขึ้น เพื่อยึดเป็นแนวทางในการนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบแผนในการดำเนินธุรกิจ ในทุกกระบวนการ และขั้นตอนการปฏิบัติงานขององค์กร

           นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ จึงได้จัดให้พนักงานทุกคน และพนักงานที่เข้าทำงานใหม่ ได้รับทราบแนวปฏิบัติ / กฎระเบียบ ในการดำเนินธุรกิจขององค์กร ว่าด้วยคู่มือจรรยาบรรณ / จริยธรรมทางธุรกิจ ที่องค์กรจัดทำขึ้น เพราะเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่จะเป็นแรงสนับสนุนและเป็นแรงผลักดันในการเสริมสร้างให้บริษัทฯ มีความเข้มแข็ง และสร้างความสามารถในการแข่งขันและความสำเร็จในระยะยาวให้กับบริษัทฯ ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรมสำคัญต่างๆ เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังต่อไปนี้

  • การจัดทำคู่มือกรรมการเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตนของกรรมการ  บริษัทฯ ยึดมั่นกับหลักการบริหารที่มีบรรษัทภิบาลที่ดี มีจรรยาบรรณทางธุรกิจ มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้ คณะกรรมการ และผู้บริหาร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา บริษัทฯ จึงจัดทำ คู่มือคณะกรรมการบริษัท และ คู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้กรรมการและผู้บริหารปฏิบัติตาม เพื่อให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และระเบียบของบริษัทฯ โดยให้ยึดถือจรรยาบรรณนี้ในการกระทำในทุกกิจกรรม การตัดสินใจ และการทำธุรกรรมต่างๆ โดยบริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง

  • กำหนดให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามเอกสาร จรรยาบรรณ / จริยธรรม  ที่บริษัทฯ จัดทำขึ้น และกำหนดให้พนักงานที่เข้าทำงานใหม่ ได้รับทราบแนวปฏิบัติ / กฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจขององค์กร ว่าด้วยคู่มือจรรยาบรรณ / จริยธรรมทางธุรกิจ เพราะเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่จะเป็นแรงสนับสนุนและเป็นแรงผลักดันในการเสริมสร้างให้บริษัทฯ มีความเข้มแข็ง และสร้างความสามารถในการแข่งขัน และความสำเร็จในระยะยาวให้กับบริษัทฯ

  • การมีนโยบายในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ :  บริษัทฯ มีนโยบายที่จะดำเนินธุรกิจโดยยึดถือหลักบรรษัทภิบาล และการกำกับดูแลกิจการที่ดี เปิดเผยข้อมูลให้กับผู้ถือหุ้น และนักลงทุนอย่างครบถ้วน เปิดช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สามารถร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงาน หรือสินค้า หรือบริการ ที่บกพร่อง ไม่เหมาะสม หรือแจ้งเบาะแสการทุจริต การผิดจรรยาบรรณของผู้บริหาร และพนักงานได้ที่ comment@se-ed.com หรือที่ กรรมการอิสระ id@se-ed.com

  • การยึดมั่นข้อตกลง และปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่ดี กับ คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ :  บริษัทฯ มีจุดมุ่งหมายในการดำเนินธุรกิจที่ตั้งมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในการปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัดภายใต้กรอบ กติกา มารยาท ในการดำเนินธุรกิจอย่างยุติธรรม อยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ใช้นโยบายที่เอาเปรียบคู่ค้า หรือใช้ความได้เปรียบทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม

  • การประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ :  บริษัทฯ มีนโยบายที่จะไม่ผลิตสินค้า จำหน่าย หรือสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเด็ดขาด รวมถึงการส่งเสริม และทำความเข้าใจให้คู่ค้า นักเขียน และบุคคลที่สนใจทั่วไป ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ทางปัญญา เช่น การจัดการอบรมสัมมนาเรื่อง "ลิขสิทธิ์งานเขียน : สิ่งที่ควรทราบ" เป็นต้น

 

การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

           บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจที่มีความโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย ต่อต้านและไม่สนับสนุนการคอร์รัปชั่น เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีนโยบายที่จะสนับสนุนให้ทั้งพนักงาน ดำรงตนให้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ ตลอดจนส่งเสริมให้คู่ค้าของบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วยความโปร่งใส โดยมีเป้าหมายในการสร้างความร่วมมือในการจรรโลงสังคมให้เจริญรุดหน้าอย่างยั่งยืน เนื่องจากบริษัทฯ ได้ตระหนักดีว่าการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงกำหนดการต่อต้านการคอร์รัปชั่นไว้เป็นนโยบายที่ชัดเจน ดังต่อไปนี้

  1. บริษัทฯ จะจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตภายในบริษัท รวมถึงการตรวจสอบควบคุมป้องกันและปราบปรามการทุจริตภายใน ตลอดจนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างจริงจัง เด็ดขาด

    1. บริษัทฯ มีนโยบายในการห้ามการให้สินบนในทุกรูปแบบ ในทุกกิจกรรมภายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นที่จะต้องบริจาคเพื่อการกุศล การให้ของขวัญทางธุรกิจ หรือการสปอนเซอร์ในกิจกรรมใดๆ จะต้องโปร่งใส ไม่มีเจตนาในการโน้มน้าวให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ / เอกชน ดำเนินการที่ไม่เหมาะสม

    2. นโยบายเหล่านี้จะต้องถูกประกาศ และเผยแพร่ภายในองค์กรอย่างทั่วถึง เพื่อเป็นแนวทางในให้ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนปฏิบัติตนอย่างมีจริยธรรม และบริษัทฯ จะกำหนดมาตรการลงโทษที่เด็ดขาดกับผู้บริหาร และพนักงานที่เกี่ยวข้องกับทุจริตภายใน หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการให้สินบน หรือการคอร์รัปชั่นต่างๆ

    3. บริษัทฯ จะมีการเน้นย้ำมาตรการเหล่านี้ ผ่านการฝึกอบรม และการประชุมต่างๆ ภายในบริษัทฯ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของ ความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงสื่อให้พนักงานเห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติที่ดีของธุรกิจ

    4. บริษัทฯ จะจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานทุจริต หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อให้บริษัทฯ มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ยกระดับค่านิยมความซื่อสัตย์ สุจริต และความรับผิดชอบให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร

    5. บริษัทฯ ได้จัดให้มีช่องทางในการสื่อสาร เพื่อให้พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถแจ้งเบาะแสอันควรสงสัย โดยมั่นใจได้ว่า จะได้รับความคุ้มครอง และจะมีการมอบหมาย หรือแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบทุกเบาะแสที่มีการแจ้งเข้ามา

  2. บริษัทฯ จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวทางปฏิบัติที่ดี และแนวทางความสำเร็จในการสนับสนุนให้เกิดการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ถูกต้อง โปร่งใส กับคู่ค้า และองค์กรต่างๆ อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กร สนับสนุนให้เกิดการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น

  3. บริษัทฯ จะร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่นๆ ตามความเหมาะสมในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส รวมทั้งการเข้าร่วมในกิจกรรมต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น

  • บริษัทฯ ได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Collective Anti-Corruption : CAC) :  ในต้นปี พ.ศ. 2554 บริษัทฯ ได้ลงนามเข้าร่วมเพื่อประกาศเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการโดยความร่วมมือของ 7 องค์กรชั้นนำ อันได้แก่ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หอการค้าไทย หอการค้านานาชาติ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

การเคารพสิทธิมนุษยชน

           บริษัทฯ ตระหนักดีว่าพนักงานทุกคนมีคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ มีสิทธิและเสรีภาพที่จะมีสถานที่ทำงานที่สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ ปราศจากการล่วงละเมิด หรือกดขี่ข่มเหงในทุกรูปแบบ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้สนับสนุนให้พนักงานได้มีโอกาสแสดงศักยภาพและคุณค่าแห่งตนในการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาองค์กรให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืนร่วมกัน

  • โครงการเจริญสติ ณ สถานปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาพื้นฐานจิตใจ :  บริษัทฯ ส่งเสริมให้พนักงานทุกคนในองค์กร มีภูมิคุ้มกันในตัวเอง มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่น และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข จึงจัดให้มีหลักสูตรการพัฒนาพื้นฐานจิตใจของพนักงาน เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม พัฒนาพื้นฐานทางจิตใจที่ดี เพื่อเป็นการฝึกสมาธิ เจริญสติ ปลูกฝังคุณธรรม เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีในการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงมีความเข้มแข็งที่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีสติ

  • โครงการเพิ่มคุณค่าให้กับพนักงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความสามารถและศักยภาพอย่างเต็มที่ :  บริษัทฯ มีนโยบายในการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในการทำงานเชิงรุกของพนักงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership) และการทำงานข้ามสายงาน (Cross Functional Management) ผ่านโครงการปรับปรุงงานที่ชื่อว่า "A3" และ "โครงการ Project Leader" โดยให้พนักงานทุกคนสามารถอาสาตนเองในการปรับปรุงพัฒนาองค์กร มาที่ผู้บริหารระดับสูงได้โดยตรง โดยผู้บริหารมีนโยบายที่ชัดเจนที่จะสนับสนุนให้พนักงานได้บุกเบิก เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และแสดงความสามารถและคุณค่าของตนเองผ่านโครงการปรับปรุงงานต่างๆ

  • โครงการพัฒนาช่องทางการสื่อสารระหว่างบริษัทฯ กับพนักงาน :  บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบการสื่อสารระหว่างพนักงานที่ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ กับพนักงานในสำนักงานใหญ่ และพนักงานคลังสินค้า ทั้งระบบโทรศัพท์ ADSL โปรแกรม iPOS ที่ทำให้หน้าร้าน และสำนักงานใหญ่สามารถส่งอีเมลถึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมี LCD TV เพื่อใช้ในการสื่อสารข้อมูลสำคัญๆ ให้กับพนักงานที่หน้าร้านได้รับทราบอย่างพร้อมเพรียงกัน แม้พนักงานจะอยู่ห่างไกล แต่ก็สามารถสื่อสารซึ่งกันและกันเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

 

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

           บริษัทฯ ได้มีการกำหนดนโยบายความปลอดภัยและสุขอนามัยในสถานที่ทำงาน ที่จะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงานเป็นสำคัญ เพราะพนักงานทุกๆ คน คือ ทรัพยากรที่มีค่ายิ่ง ตลอดจนเป็นกลไกสำคัญในการที่จะทำให้บริษัทฯ สามารถเติบโตและมีความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

  • โครงการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน :  บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงานเรื่อยมา ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้มีการซ้อมหนีไฟ และดับเพลิงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีการจัดสถานที่ทำงาน และระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมถึงจัดเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ ให้เพียงต่อการทำงาน เพื่อให้พนักงานทุกๆ คนได้รับความปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดีจากการทำงาน

        

  • โครงการส่งเสริมสุขภาพของพนักงานและครอบครัวของพนักงาน :  บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน และครอบครัวของพนักงาน เพราะเชื่อว่าหากพนักงาน และครอบครัวของพนักงานมีสุขภาพดีแล้ว พนักงานย่อมมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้ดำเนินกิจกรรม ดังต่อไปนี้อย่างต่อเนื่อง

    • การตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงาน โดยมีรายการตรวจที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัยของพนักงาน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ครอบครัวของพนักงานมาตรวจสุขภาพในราคาถูกอีกด้วย

    • การจัดสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือพนักงานในกรณีที่พนักงานต้องเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยใน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้กับครอบครัวของพนักงานได้ทำประกันสุขภาพร่วมกับพนักงานในอัตราค่าเบี้ยประกันที่ไม่แพง

  • โครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิต และการสร้างความมั่นคงในการดำเนินชีวิตให้กับพนักงาน :  บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงาน เพื่อให้พนักงานมีความมั่นคงไปพร้อมๆ กับความเจริญรุดหน้าของบริษัทฯ ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงได้ดำเนินโครงการ ดังต่อไปนี้

    • โครงการประกันชีวิตในวงเงิน 24 เท่าของเงินเดือนงวดสุดท้าย ในกรณีที่พนักงานต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จึงเปรียบเสมือนว่าบริษัทฯ ยินดีที่จะอาสาดูแลครอบครัวของพนักงานต่อไปอีกเป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้ครอบครัวของพนักงานได้มีเวลาในการปรับตัว กลับมายืนหยัดต่อสู้อีกครั้ง

    • โครงการ Flexible Time ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานได้เลือกเวลาในการเข้าปฏิบัติงานได้สอดคล้องกับสภาพสังคม เช่น พนักงานบางคนมีความจำเป็นต้องไปส่งลูกในตอนเช้า ก็สามารถเลือกเข้างานในช่วงสายได้

    • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ "ซีเอ็ดเกษียณรวย" เพื่อส่งเสริมการออม เพื่อให้พนักงานมีเงินก้อนไว้ใช้ในวัยหลังเกษียณอายุอย่างมีความสุข เป็นคนแก่ที่มีเงินเลี้ยงตัวเอง มีความสุขอย่างพอเพียงได้ชั่วชีวิต

    • โครงการช่วยเหลือภาระหนี้สินให้กับพนักงาน โดยบริษัทฯ ได้จัดให้มีการสำรวจภาระหนี้สินของพนักงาน และได้มอบหมายให้ฝ่ายนิติกรของบริษัทฯ ในการเข้าไปช่วยเหลือพนักงานในการประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ พร้อมกับพิจารณาอนุมัติเงินกู้ให้กับพนักงานจำนวนหนึ่ง ในการชำระหนี้สิน เพื่อให้พนักงานได้กลับมาตั้งต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

  • โครงการให้เงินช่วยเหลือแก่พนักงานที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ :  ทั้งอุทกภัย วาตภัย ดินถล่ม รวมทั้งอุปัทวเหตุที่ทำให้พนักงานต้องสูญเสียทรัพย์สินอย่างรุนแรง โดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน สำหรับเงินช่วยเหลือข้างต้นจะทำให้พนักงานสามารถปรับตัว และตั้งหลักกลับมาปฏิบัติงาน และดำเนินชีวิตอย่างปกติต่อไป นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้พนักงานที่ประสบภัยข้างต้น กู้เงิน เพื่อซ่อมแซมบ้านพักอาศัยของตนเองหรือบ้านของพ่อแม่โดยไม่คิดดอกเบี้ย

 

ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

           บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย อันได้แก่ ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม และได้กำหนดให้มีจรรยาบรรณ/จริยธรรมทางธุรกิจ (Code of Conduct) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยผู้บริหารและพนักงานต้องถือปฏิบัติตามแนวทางว่าด้วยความรับผิดชอบต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้

  1. รับประกันหนังสือที่ผลิตโดยบริษัทฯ หากพบข้อบกพร่องสามารถเปลี่ยนคืนได้เสมอ

  2. มุ่งมั่นที่จะสร้างความพึงพอใจในสินค้า ที่เหมาะสมกับราคาอย่างสูงสุด

  3. มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลและสารสนเทศของลูกค้า ด้วยการปกป้องรักษาความลับ และรักษาความไว้วางใจ เสมือนหนึ่งการปฏิบัติต่อข้อมูลและสารสนเทศของตนเอง

  4. จัดให้มีช่องทางเพื่อให้ลูกค้าสามารถร้องเรียน เกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพื่อให้สามารถตอบสนองได้ความรวดเร็ว

  5. มุ่งมั่นที่จะนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและบริการอย่างถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์

  6. มุ่งมั่นที่จะให้บริการต่อลูกค้าทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน

  • โครงการเปิดร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ :  บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเปิดร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงหนังสือได้ง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น มีความเท่าเทียมกันเพื่อหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง

        

  • ร้านหนังสือสีขาว :  ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ มีนโยบายจำหน่ายเฉพาะหนังสือดีมีประโยชน์ ปราศจากหนังสือหรือผลิตภัณฑ์ ที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย ขัดกับหลักจริยธรรม และศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย

        

  • การผลิตหนังสือ วารสาร และสื่อความรู้ที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ :  นับตั้งแต่วันก่อตั้งบริษัทฯ จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ มีนโยบายที่แน่วแน่ในการผลิตหนังสือ วารสาร และสื่อการเรียนรู้ที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเรื่อยมา เช่น หนังสือด้านวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ บริหาร/การจัดการ หนังสือเพื่อพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ พจนานุกรม หนังสือพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนังสือการ์ตูนความรู้ วารสารด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และอุตสาหกรรมต่างๆ

  • โครงการสินค้า DIY for Kids :  บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการเสริมสร้างศักยภาพแก่เด็กและเยาวชนไทยใน 3 ด้าน (3i) อันได้แก่ ด้านจินตนาการ (Imagination), ด้านแรงบันดาลใจ (Inspiration), และด้านนวัตกรรม (Innovation) จึงได้จำหน่ายสินค้าและบริการภายใต้ชื่อ i-Kids ขึ้นเพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยได้เรียนรู้ผ่านสื่อและนวัตกรรมของสินค้าเหล่านี้ โดยเด็กจะสามารถเริ่มต้นการเรียนรู้ในเรื่องที่ชอบและสิ่งที่ใช่สำหรับตนเอง นำไปสู่การเรียนรู้ขั้นพื้นฐานในเรื่อง STEM Education (การเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และ คณิตศาสตร์ (Mathematics)) ที่เด็กจะไม่เพียงแต่ท่องจำในภาคทฤษฎี แต่จะสามารถปฏิบัติจริงได้ผ่านการทดลองลงมือทำ โดยสามารถประยุกต์เพื่อต่อยอดความคิดด้วยจินตนาการและแรงบัลดาลใจของตนเองต่อไปได้

  • การพัฒนาเว็บไซต์เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายหนังสือซึ่งสนับสนุนระบบค้าปลีก และค้าส่งอย่างมีประสิทธิภาพ :  บริษัทฯ ได้พัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ www.se-ed.com เพื่อรองรับการค้าปลีกหนังสือในระบบ e-Commerce และพัฒนา www.se-ed.com/wholesale เพื่อรองรับการค้าส่งให้กับร้านหนังสืออื่น และองค์กรสถาบันต่างๆ

    ปัจจุบันเว็บไซต์ www.se-ed.com ของบริษัทฯ เป็นเว็บไซต์ร้านหนังสือออนไลน์ที่มีลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อสินค้ามากที่สุด มีรายการหนังสือให้ลูกค้าเลือกซื้ออย่างครบถ้วนมากที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้แบ่งปันข้อมูลรายการหนังสือขายดีจากร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และข้อมูลสารสนเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับทราบว่าหนังสืออะไรที่สังคมให้ความสนใจอยู่ในแต่ละช่วงเวลา และหนังสือที่ลูกค้าต้องการซื้อนั้นมีจำหน่ายที่สาขาใดบ้าง ซึ่งเป็นสารสนเทศที่เพียงพอต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ

    อีกทั้ง บริษัทฯ ยังได้พัฒนาเว็บไซต์ m.se-ed.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของบริษัทฯ สำหรับการเข้าถึงด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่ชนิดต่างๆ เช่น smartphone หรือ tablet เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการซื้อสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการซื้อขายที่เป็น e-book มากขึ้นในอนาคต จากการที่มีจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • การพัฒนาระบบโลจิสติกส์แบบบูรณาการ :  บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพ สามารถส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วด้วยต้นทุนที่ต่ำ และสามารถแข่งขันได้ ด้วยแนวคิดนี้จะทำให้หนังสือดีๆ สามารถไปถึงมือคนไทยได้อย่างรวดเร็ว เมื่อไรที่คนไทยต้องการอ่านหนังสือเพื่อใช้ในการพัฒนาตนเอง บริษัทฯ มีหน้าที่ในการส่งมอบหนังสือ และสื่อการเรียนรู้นั้นๆ ให้ถึงมือคนไทยอย่างรวดเร็วที่สุด

    การพัฒนาระบบโลจิสติกส์แบบบูรณาการของบริษัทฯ ประกอบด้วย โครงการ หรือระบบดังต่อไปนี้

    • โครงการ "สั่งวันนี้ พรุ่งนี้ได้" บริษัทฯ ได้พัฒนาและปรับปรุงระบบการรับการสั่งซื้อหนังสือ และสินค้าอื่นผ่านทางสาขา หรือ www.se-ed.com เพื่อเป็นการสนองตอบแนวคิด "ร้านเล็กเหมือนร้านใหญ่" เมื่อลูกค้าเข้ามาภายในร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และหาหนังสือที่ต้องการอ่านไม่พบ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ด้วยระบบโลจิสติกส์ และสารสนเทศที่บริษัทฯ ได้พัฒนาขึ้น บริษัทฯ สามารถส่งมอบหนังสือที่ลูกค้าต้องการไปยังสาขาปลายทางที่ลูกค้าสะดวกเดินทางไปรับได้ภายใน 1 วันทำการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

    • ระบบงานขายหน้าร้าน (iPOS : Intelligent Point Of Sale) บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบงานขายหน้าร้าน ขึ้นมาเพื่อรองรับการขายหนังสือ และสินค้าที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ โดยมีระบบการให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับหนังสือ และสินค้า เพื่อให้พนักงานที่ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกซื้อหนังสือของลูกค้า

    • พัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างทุกสาขาของร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ สำนักงานใหญ่ และคลังสินค้า ผ่านระบบเครือข่ายทางคอมพิวเตอร์แบบ Real Time ทำให้การปฏิบัติงานระหว่างกันมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น

    • การกระจายสินค้าด้วยระบบดิจิตอล (Digital Assorting System) บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบและวิธีการทำงานการกระจายสินค้าด้วยระบบดิจิตอล ทำให้บริษัทฯ สามารถวางระบบการจัดสินค้าที่ยืดหยุ่น เพื่อสามารถรองรับหนังสือด่วน และสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังสามารถลดการใช้ปริมาณกระดาษลงได้มากกว่า 5 แสนแผ่นต่อเดือน

 

การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

  • โครงการสาขาอนุรักษ์พลังงาน :  บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากร และพลังงานอย่างคุ้มค่า เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ และกิจกรรมในการอนุรักษ์ และประหยัดการใช้ทรัพยากร และพลังงาน ดังต่อไปนี้

    • การเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ภายในร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ให้เป็นอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงาน

    • การออกแบบสวิทช์เปิด-ปิดไฟแสงสว่าง เป็นแบบเชือกดึงภายในอาคารสำนักงานทุกพื้นที่ทำงาน เพื่อให้พนักงานสามารถดึงเชือกเปิด-ปิดไฟแสงสว่างได้โดยสะดวก ให้สว่างเฉพาะในพื้นที่ทำงานเท่านั้น

    • โครงการลดการใช้กระดาษ บริษัทฯ ส่งเสริมให้พนักงานจัดเก็บเอกสารสำคัญ หรือข้อมูลทางธุรกิจในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (eDocument) เพื่อเป็นการลดการใช้กระดาษ และก่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการสืบค้น

    • โครงการสำนักงานใหญ่ประหยัดน้ำ โดยบริษัทฯ ได้ติดตั้งวาล์วเปิด - ปิดน้ำแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี Contact Switch ที่ประตูห้องน้ำ โดยวาล์วน้ำจะเปิดก็ต่อเมื่อห้องน้ำมีการใช้งานเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมโดยเปล่าประโยชน์

    • การประหยัดพลังงานไฟฟ้าที่คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า โดยการเปลี่ยนหลอดไฟแสงสว่าง เป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์รุ่น T5 ขนาด 28 วัตต์ แทนการใช้หลอด T8 เดิมที่มีขนาด 36 วัตต์ ซึ่งสามารถช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 33% นอกจากนี้ยังได้มีการใช้หลอดรุ่น T5 HO ทดแทนหลอดโซเดียม ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าลดลงได้ถึง 50% จากการติดตั้งบนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร

 

การร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม

  • โครงการผลิตหนังสือชุดอัจฉริยะ :  บริษัทฯ ได้ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ผลิตหนังสือที่ใช้ประกอบการเรียน และพัฒนาอัจฉริยภาพในกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ชีววิทยา ฟิสิกส์ และเคมี รวมถึงหนังสือที่ใช้ในการเตรียมการสอบแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ

            

  • โครงการเงินทอนเพื่อน้อง :  เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าของซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และบุคคลทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการบริจาคเงินสบทบทุนโครงการ ผ่านกล่องรับบริจาคที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโอนเงินสมทบทุนตามบัญชีของโครงการฯ ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ "มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น" โดยเงินบริจาคทั้งหมดนี้มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้นจะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งมูลนิธิ กล่าวคือการดำเนินกิจกรรมที่มุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพ และความสามารถของคนไทย ปรับปรุงคุณค่า และคุณภาพชีวิตของคนไทย เพื่อให้คนไทยทุกๆ คนมีส่วนร่วมในการใช้ความสามารถของตนเองในการพัฒนาประเทศ

  • โครงการสานฝันปั้นเด็กไทยเก่งอังกฤษ 2556 (Total Solution to English Proficiency 2013) :  เข้าสู่ปีที่ 2 ซึ่งได้การตอบรับเป็นอย่างดีมีโรงเรียนกว่า 140 โรงเรียนเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ทางผู้บริหารและคณะทำงานยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาทั้งครูและนักเรียนให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอรูปแบบวิธีการพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษที่เป็นแบบแผน ครูสามารถประยุกต์ใช้แผนการจัดการเรียนให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนในชั้นเรียนได้อย่างเหมาะสม มีการอบรมและพัฒนากระบวนการเรียนการสอนของครูให้ได้ตามมาตรฐาน "Oxford Language Program" และประเมินผลด้านพัฒนาการของครูในการถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เรียน โดยผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับเกณฑ์ที่กำหนดได้ ทั้งนี้กิจกรรมในโครงการแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยในปี 2556 บริษัทฯ ยังได้ร่วมกับสำนักเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดต่างๆ จัดอบรมสัมมนาวิชาการสำหรับครูผู้สอน ที่เน้นการแลกเปลี่ยนแนวคิดและเทคนิคการสอนเพื่อนำไปใช้ในการจัดการสอนในชั้นเรียน มีอาจารย์เข้าร่วมสัมมนากว่า 1,000 คนทั่วประเทศ

        

        

        

  • การให้ความร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ในการสร้างแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนใจกลางเมือง :  บริษัทฯ มีนโยบายในการสนับสนุนให้เยาวชนเกิดแรงบันดาลใจทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จึงได้สนับสนุนองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ในการประสานงานจัดหาพื้นที่ในศูนย์การค้าที่เป็นคู่ค้ากับบริษัทฯ เพื่อให้ "องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)" จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ในอัตราค่าเช่าพิเศษ หรือไม่คิดค่าเช่า ปัจจุบันได้ดำเนินการจัดหาพื้นที่ให้แล้ว 1 แห่ง คือ จามจุรีสแควร์

  • การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการสั่งซื้อหนังสือของลูกค้า :  บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบโลจิสติกส์ของบริษัทฯ จนสามารถที่จะส่งมอบหนังสือให้กับลูกค้าภายในวันรุ่งขึ้นภายใต้ชื่อบริการ "สั่งวันนี้ พรุ่งนี้ได้" บริการดังกล่าวนี้จะช่วยทำให้ลูกค้าสามารถหาหนังสือ และสื่อความรู้ในการพัฒนาตนเองได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

 

นวัตกรรมและการเผยแพร่นวัตกรรม CSR

           บริษัทฯ ยึดมั่นแนวทางที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้ "คนไทยเก่งขึ้น" ด้วยแนวคิดที่ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเกิดความพึงพอใจอย่างสมดุล ด้วยเหตุนี้แนวคิดในการวิจัย และพัฒนา (Research and Development) รวมทั้งการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) จึงมุ่งตอบสนองวัตถุประสงค์ และแนวคิดดังกล่าว โดยนวัตกรรมที่บริษัทฯ รังสรรค์ขึ้นนั้น จะต้องมีคุณสมบัติในการเอื้อประโยชน์ต่อวงการธุรกิจหนังสือในภาพรวม มีส่วนที่ทำให้คนไทยได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ได้อย่างสะดวกขึ้น มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจขององค์กร เพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยนวัตกรรมที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นจัดทำจนประสบความสำเร็จ ตัวอย่างเช่น

  • โครงการพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายหนังสือ ที่เรียกว่า "Standing Order" :  จากการเป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือเข้าสู่ระบบร้านหนังสือรายใหญ่ที่สุด จึงได้เล็งเห็นปัญหาในการบริหารระบบสต็อกหนังสือของธุรกิจหนังสือทั้งระบบ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นระบบฝากขาย ทำให้การติดตามยอดขาย และการเก็บเงินที่มีความยุ่งยากซับซ้อน และขาดความน่าเชื่อถือ บริษัทฯ จึงได้คิดค้น และพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายที่เรียกว่า Standing Order ซึ่งเป็นระบบที่ให้ร้านหนังสือวางหนังสือใหม่จำนวนหนึ่งไว้ที่ร้านก่อน โดยยังไม่เก็บเงินจากร้านหนังสือ เพื่อให้เจ้าของร้านหนังสือกล้าที่จะลองขายหนังสือใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่ หากหนังสือเล่มใดขายได้ดี จึงจะเติมสินค้าเข้าไปเพิ่มและเก็บเงินจากจำนวนที่ส่งเข้าไปเพิ่ม โดยพนักงานของบริษัทฯ จะเป็นผู้ตรวจสอบยอดการขายให้ทั้งหมด ระบบ Standing Order นั้นมีคุณูปการต่อวงการหนังสือมาก เพราะเป็นระบบที่ทำให้หนังสือใหม่ถูกนำเสนอในร้านหนังสือได้มากขึ้น คนไทยได้มีโอกาสเห็นหนังสือที่หลากหลาย ร้านหนังสือมีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจลดลง ผู้จัดจำหน่าย และสำนักพิมพ์ ได้รับทราบข้อมูลการขายเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนงานได้ดีขึ้น มีระบบการเก็บเงินได้ดีขึ้น ข้อดีของระบบ Standing Order นี้ได้รับการยอมรับจากวงการหนังสือ และได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในธุรกิจหนังสือต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

  • โครงการพัฒนาระบบการบริหารสินค้า :  บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการกระจายสินค้า (Distribution Model) และระบบการสั่งซื้อเติมสินค้าอัตโนมัติ (IARS: Intelligent Automatic Reordering System) เพื่อทำให้บริษัทฯ สามารถกระจายหนังสือใหม่จากสำนักพิมพ์ต่างๆ และสั่งเติมสินค้าในร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ได้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละชุมชน และปริมาณการขายจริง จึงทำให้ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์มีรายการหนังสือที่ตรงกับความสนใจของชุมชนท้องถิ่น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ และสำนักพิมพ์คู่ค้า มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่ต่ำลง เพราะไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรในการจัดพิมพ์หนังสือเป็นจำนวนมาก เพื่อกระจายสินค้าโดยไม่มีข้อมูลสารสนเทศรองรับ นอกจากนี้ ด้วยระบบสารสนเทศที่แม่นยำส่งผลให้ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ทุกๆ สาขามีรายการหนังสือที่ตรงกับความต้องการของชุมชนในปริมาณที่เพียงพอ จึงทำให้สามารถลดต้นทุน และลดการสูญเสียโอกาสการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การพัฒนาขีดความสามารถทางภาษาอังกฤษให้กับเยาวชนไทยอย่างมีประสิทธิผล :  บริษัทฯ ได้ศึกษาและวิจัย เพื่อค้นหาแนวทางในการทำให้เยาวชนไทย ซึ่งไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ให้มีขีดความสามารถทางภาษาอังกฤษดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่เพิ่มภาระให้ครู และใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด ผลการศึกษาผ่านโครงการทดลองวิจัยของบริษัทฯ พบว่า การอ่านหนังสือนอกเวลาภาษาอังกฤษที่ออกแบบแบ่งระดับความยากง่ายของภาษาและคำศัพท์ (Graded Readers) ด้วยวิธีตามหลักการ Extensive Reading นั้น ทำให้เด็กพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในแง่การสร้างทัศนคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ จุดประกายแห่งการเรียนรู้ให้เด็กต่อยอดการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นได้ด้วยตนเอง และการสร้างนิสัยรักการอ่าน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเป็นนักเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต (Life-Time Self-Learners)

    ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงได้เริ่มโครงการผลิตหนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษชุด SE-ED Enjoy Reading ขึ้นในปี พ.ศ. 2551 เพื่อพัฒนาหนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษรูปแบบใหม่อย่างจริงจัง โดยร่วมมือกับสำนักพิมพ์ชั้นนำของโลกในด้าน Extensive Reading และ Graded Readers เพื่อคัดเลือกหนังสือจำนวนมาก ให้มีเนื้อเรื่องหลากหลายแนว และหลากหลายระดับชั้นความรู้ เพื่อให้รองรับความสนใจของเด็กส่วนใหญ่ในระบบโรงเรียนได้ โดยใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถทางภาษาอังกฤษของเยาวชนไทยทั้งประเทศ จากนั้นจึงพัฒนากระบวนการนำไปใช้งานที่ได้ผล โดยผ่านกระบวนการทำงานที่เป็นรูปธรรม มีงานวิจัยรองรับ เพื่อให้สามารถขยายผลไปสู่การนำไปใช้งานจริงในระบบโรงเรียนทั่วประเทศต่อไป

    ในปี พ.ศ. 2552 - 2553 บริษัทฯ ได้เริ่มโครงการทดลองกับโรงเรียนที่ขาดแคลนทรัพยากรจำนวน 20 โรงเรียน ในระดับประถมปลายและมัธยมต้น ซึ่งผลการทดลองเบื้องต้นพบว่า ได้ผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาขีดความสามารถทางภาษาอังกฤษอย่างน่าพึงพอใจ จากการให้เด็กอ่านหนังสือชุด SE-ED: Enjoy Reading ตามหลักการ Extensive Reading และชุดกระบวนการสอนในห้องเรียนจากโครงการฯ

    เพื่อขยายผลแนวคิดโครงการพัฒนาขีดความสามารถภาษาอังกฤษของเด็ก ไปยังบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแก่เด็ก ในปี พ.ศ. 2553 โครงการฯ จึงได้จัดการฝึกอบรมผู้บริหารโรงเรียนและอาจารย์ผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษให้แก่โรงเรียนในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมกว่า 70 โรงเรียน เพื่อเตรียมทดลองและวิจัยเชิงลึกเพิ่มเติมในปีการศึกษา 2554 โดยทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับการสนับสนุนหนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษชุด SE-ED Enjoy Reading การอบรมครู และชุดคู่มือเตรียมกระบวนการสอน การติดตามและประเมินผลความรู้ภาษาอังกฤษ ตลอดระยะเวลา 1 ปีการศึกษา

    ในปี พ.ศ. 2554 ด้วยความร่วมมือด้านประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานหลักด้านการศึกษาของกระทรวง ศึกษาธิการ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน บริษัทฯ ได้จัดอบรมครู 1,000 คนทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด Total Solution to English Proficiency เพื่อสานต่อแนวคิดด้านการปรับปรุงวิธีการยกระดับกระบวนการเรียนการสอนแบบเน้นผลสัมฤทธิ์ทั้งระบบ ให้ช่วยให้นักเรียนมีทักษะฟัง พูด อ่าน เขียน เพื่อนำไปใช้สื่อสารจริงในชีวิตประจำวัน (Communicative English) และด้านการศึกษา (Academic English) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดดังกล่าวประกอบไปด้วย การพัฒนาหลักสูตร การประเมินผลการเรียน การคัดสรรสื่อที่เหมาะสมสำหรับชั้นเรียน การอบรมครู การปลูกฝังการอ่านให้เด็ก และกิจกรรมนอกหลักสูตรเพื่อต่อยอดความรู้

    ในปี พ.ศ. 2555 บริษัทฯ ได้จัดสัมมนาเชิงวิชาการสำหรับอาจารย์ ที่เน้นการแลกเปลี่ยนแนวคิดและเทคนิคการสอนเพื่อนำไปใช้ในการจัดการสอนในชั้นเรียน โดยมีอาจารย์เข้าร่วมสัมมนากว่า 1,200 คน ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการพัฒนาทั้งครูและนักเรียนให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอรูปแบบวิธีการพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษที่เป็นแบบแผน ครูสามารถประยุกต์ใช้แผนการจัดการเรียนให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนในชั้นเรียนได้อย่างเหมาะสม มีการอบรมและพัฒนากระบวนการเรียนการสอนของครูให้ได้ตามมาตรฐาน "Oxford Language Program" และประเมินผลด้านพัฒนาการของครูในการถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เรียน โดยผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับเกณฑ์ที่กำหนดได้

    และในปี พ.ศ. 2556 บริษัทฯ ได้ร่วมกับสำนักเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดต่างๆ จัดการอบรมสัมมนาเชิงวิชาการสำหรับอาจารย์นี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะครู อาจารย์ เข้าร่วมสัมมนากว่า 1,000 คนทั่วประเทศ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากโรงเรียนกว่า 140 โรงเรียนในการเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

  • การนำเสนอ "ห้องเรียนเพลินพัฒนา" ภายในงานมหกรรมการเรียนการสอน Smart EDUCATION 2556 :  บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ โรงเรียนเพลินพัฒนา ได้มีการนำเสนอ "ห้องเรียนเพลินพัฒนา" ภายในงานมหกรรมการเรียนการสอน Smart EDUCATION 2556 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 - 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ หลักสี่ กรุงเทพฯ โดยบริษัทฯ ได้สาธิตการเรียนการสอนภายใต้แนวคิด "การประยุกต์การใช้สื่อ ICT และสื่อ Multimedia สำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21" ซึ่งประกอบด้วย 2 หัวข้อหลัก คือ

    • STEM Education แบบ Problem Based Learning (PBL) "กรณีศึกษาโรงเรียนเพลินพัฒนา" :  เป็นการจัด workshop แบบ Hands-on ด้วยสื่อการสอนจากโครงการ iKids หลักสูตรนักออกแบบนวัตกรรมสำหรับเด็ก ที่นำสื่อการสอนด้านหุ่นยนต์จาก Hunarobo ประเทศเกาหลี มาพัฒนาเป็นหลักสูตรการสอนด้าน STEM Education ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ออกแบบและจัดทำขึ้นเพื่อสร้างการจัดการเรียนการสอนแบบครบวงจรสำหรับการสอน STEM ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา และด้วยการนำระบบการเรียนรู้แบบ Problem Based Learning (PBL) กับการผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมในเชิงเทคโนโลยี จะทำให้เด็กได้รู้จักการคิดแก้โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

    • การประยุกต์ใช้สื่อ Multimedia และระบบ ICT ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ :  ซึ่งประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่

      • การใช้การอ่านแบบ Extensive Reading กับหนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษประเภท Graded Readers ร่วมกับสื่อ Audio CD ในการพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษของนักเรียน

      • การใช้สื่อภาพยนตร์ ควบคู่กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการพัฒนาทักษะการฟัง และการพูดภาษาอังกฤษ

      • การประยุกต์ใช้สื่อ Interactive Multimedia ในการสอนภาษาอังกฤษ ในรูปแบบ Activity Based Learning

      • การประยุกต์ใช้สื่อ Animation ในการสอนคณิตศาสตร์ ในรูปแบบ Activity Bases Learning

    โดยบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าด้วยการพัฒนาแนวคิดการจัดการเรียนการสอนแบบครบวงจรนี้ จะเป็นระบบสนับสนุนครูไทยให้สามารถจัดการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพของนักเรียนได้มากยิ่งขึ้นด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

 

พัฒนาการ สู่การก่อตั้ง "มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น"

           จากการดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ ที่ผ่านมาจากอดีต จนถึงปัจจุบัน ทำให้บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสที่บริษัทฯ จะสามารถใช้องค์ความรู้ ศักยภาพ ทรัพยากร และเครือข่ายองค์กรต่างๆ ที่บริษัทฯ มี ในการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศชาติ ให้มีความยั่งยืน สามารถแข่งขันกับนานาอารยประเทศได้อย่างสร้างสรรค์

           แต่เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ มีความคล่องตัวเพิ่มขึ้น สามารถแสวงหาความร่วมมือกับประชาชนทั่วไป และองค์กรอื่นๆ ได้สะดวกขึ้น สามารถขยายขอบเขตให้ครอบคลุมในระดับชาติที่กว้างขวางขึ้น ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจก่อตั้ง "มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น" ในปี พ.ศ. 2554 เพื่อให้ การขยายบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคมให้มีผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในวงกว้าง เป็นภารกิจสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่บริษัทฯ จะต้องทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดให้ประสบความสำเร็จให้จงได้

           มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น  จะเน้นการมีบทบาทสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของคนไทยในด้านภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และบ่มเพาะคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในตัวเยาวชนไทย โดยผ่านโครงการย่อยต่างๆ โดยเน้นการเป็นโครงการนำร่อง หรือโครงการที่ช่วยสร้างโอกาสให้กับเยาวชนไทยที่ขาดแคลน หรือโครงการที่ดำเนินไปได้ด้วยตนเองระยะยาว โดยอาศัยเงินสนับสนุนหลักจาก "โครงการเงินทอนเพื่อน้อง" ซึ่งเป็นเงินบริจาคของลูกค้าของร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และประชาชนคนไทยทุกๆ คน ในการช่วยกันบริจาคเงินตามกำลังที่มี เพื่อที่จะระดมทุนเพื่อใช้ในโครงการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถ และคุณค่าของคนไทย

           ในปี พ.ศ. 2554 มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น ได้เริ่มวางแผนเพื่อผลักดันแนวคิด "โครงการคืนคุณค่าความเป็นคน" ซึ่งเป็นอีกแนวคิดสำคัญของมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น ที่จะให้โอกาสกับคนที่ด้อยโอกาส หรือคนยากไร้ หรือผู้ที่หมดทางออกในชีวิตในสังคมไทย ในการฝึกอาชีพ และเปิดโอกาสให้เขาได้ใช้ความรู้วิชาชีพในการสร้างผลผลิต สร้างรายได้เพื่อใช้ในการเลี้ยงตนเอง และครอบครัวโดยสุจริต โดยให้เป็นโครงการที่ยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง และมีขีดความสามารถในการขยายบทบาทได้ต่อเนื่อง

 

กิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

  • โครงการหนังสือเพื่อน้อง โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) :  เป็นโครงการบริจาคหนังสือให้กับห้องสมุดโรงเรียนต่างๆ ที่ขาดแคลนทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้แก่เด็กนักเรียนในชุมชนที่ห่างไกลความเจริญ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ให้พนักงานได้มีจิตสำนึกรักบ้านเกิด โดยให้พนักงานเสนอชื่อโรงเรียนที่จะบริจาคหนังสือ ตลอดจนทำหน้าที่เป็นตัวแทนบริษัทฯ ในการนำหนังสือไปส่งมอบให้กับโรงเรียน

    ในระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาจนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2556 บริษัทฯ ได้บริจาคหนังสือให้แก่โรงเรียนทุกภาคทั่วประเทศ มากกว่า 3,186 โรงเรียน จำนวนมากกว่า 1.71 ล้านเล่ม และมีมูลค่าราคาปกรวมกว่า 278 ล้านบาท และยังได้ร่วมบริจาคหนังสือ และอุปกรณ์การศึกษา ให้กับโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นการสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ให้แก่โรงเรียนในฝัน ซึ่งจะเป็นต้นแบบในการพัฒนาโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป

        

        

  • โครงการสร้างห้องสมุดให้โรงเรียนที่ขาดแคลน :  บริษัทฯ ได้ร่วมบริจาคชั้นวางหนังสือ พร้อมอุปกรณ์การจัดวาง เพื่อสร้างห้องสมุดของโรงเรียนทั่วประเทศ โดยในปี พ.ศ. 2556 บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงห้องสมุดใหม่ ให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ รวมมูลค่ากว่า 3.68 ล้านบาท จำนวน 29 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จังหวัดนครนายก, โรงเรียนวัดบางปรัง จังหวัดนครนายก, โรงเรียนบ้านตาลเหนือ จังหวัดเชียงใหม่, โรงเรียนบ้านตาลใต้ จังหวัดเชียงใหม่, โรงเรียนวัดสกุณปักษี จังหวัดสุพรรณบุรี, โรงเรียนบ้านไผ่แปลกแม่ จังหวัดสุพรรณบุรี, โรงเรียนอนุบาลวัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี, โรงเรียนวัดดอนเจดีย์ราษฎร์บูรณะ จังหวัดสุพรรณบุรี, โรงเรียนบ้านกร่าง (พระขาวชัยสิทธิ์) จังหวัดพิษณุโลก, โรงเรียนวัดแหลมโพธิ์ จังหวัดพิษณุโลก, โรงเรียนวัดตาปะขาวหาย จังหวัดพิษณุโลก, โรงเรียนวัดป่าข่อยใต้ จังหวัดเชียงใหม่, โรงเรียนบ้านแม่อาง จังหวัดลำปาง, โรงเรียนบ้านทรายมูล จังหวัดลำปาง, โรงเรียนวัดเสด็จ จังหวัดลำปาง, โรงเรียนวัดสุวรรณมงคล จังหวัดตราด, โรงเรียนอนุบาลจุติพร จังหวัดตราด, โรงเรียนบ้านคลองใหญ่ จังหวัดตราด, โรงเรียนบ้านง่อนหนองพะเนาว์ (มิตรภาพที่ 126) จังหวัดสกลนคร, โรงเรียนวัดคลองเก้า จังหวัดสมุทรปราการ, โรงเรียนวัดสวนทองรวมมิตร จังหวัดสระบุรี, โรงเรียนบ้านทุ่งพลวง จังหวัดสระแก้ว, โรงเรียนบ้านโรงเข้ จังหวัดสมุทรสาคร, โรงเรียนวัดโบสถ์ราษฎร์บำรุง จังหวัดชัยนาท, โรงเรียนท่าบ้านหลวง (รัฐรังสรรค์วิทยา) จังหวัดชัยนาท, โรงเรียนบ้านวังหัวเรือ จังหวัดชัยนาท, โรงเรียนบ้านป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต, โรงเรียนมัธยมศึกษาเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช, และ โรงเรียนอนุบาลจุน (บ้านบัวสถาน) จังหวัดพะเยา

มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น

  • โครงการหนังสือเพื่อน้อง โดยมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น :  มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น ร่วมสนับสนุนส่งเสริม และพัฒนาด้านการศึกษา ในโครงการหนังสือเพื่อน้อง โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีดำเนินอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ทั้งนี้มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้นได้จัดซื้อหนังสือและสื่อการศึกษา และร่วมบริจาคสมทบกับให้กับห้องสมุดโรงเรียนต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ที่ยั่งยืนให้เด็กไทยในโรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาจนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2556 มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น ได้มอบหนังสือและสื่อการศึกษา โดยเน้นหนังสือที่ดีและเป็นประโยชน์ทางด้านการศึกษาในการพัฒนาความสามารถในด้านต่างๆ ให้กับโรงเรียน และองค์กรต่างๆ แล้ว จำนวน 823 แห่ง เป็นหนังสือจำนวน 178,501 เล่ม มูลค่าราคาปกกว่า 22 ล้านบาท

  • โครงการ Enjoy Reading หนังสือภาษาอังกฤษเพื่อน้อง :  เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจในการพัฒนาขีดความสามารถด้านภาษาอังกฤษของเด็กไทย โดยการสนับสนุนหนังสือคู่มือเรียนภาษาอังกฤษ ตลอดจนสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยยกระดับภาษาอังกฤษให้เด็กไทยเก่งอังกฤษขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างทัศนคติ แรงบันดาลใจ และประสบการณ์ที่ดีจากการอ่านและการเรียนภาษาอังกฤษ และยังเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

  • โครงการจัดพิมพ์หนังสือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างการเรียนรู้ที่ยั่งยืน :  นับตั้งแต่เริ่มการก่อตั้งมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น ได้ดำเนินการจัดซื้อหนังสือที่ส่งเสริมความรู้และพจนานุกรม มอบให้กับนักเรียนและห้องสมุดโรงเรียนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2556 มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น ได้ริเริ่มโครงการจัดพิมพ์หนังสือของมูลนิธิฯ มอบให้แก่นักเรียน เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ที่ยั่งยืนจาก "โครงการเงินทอนเพื่อน้อง โดยมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น" โดยจะเน้นการผลิตและจัดหาหนังสือเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนไทยในสาขาวิชาต่างๆ ทั้งด้านวิชาการ และเสริมทักษะในด้านภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ตลอดจนความรู้รอบตัวที่จำเป็น

    ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2556 ได้จัดพิมพ์หนังสือขึ้น 12 ปก คือ "Welcome to ASEAN เรียนรู้เพื่อนบ้านอาเซียน" "กริยาฮอต วลีฮิต เก่งอังกฤษแบบเน้นๆ" และ "หนังสือชุด สอนหนูเป็นเด็กดีและปลอดภัย" โดยส่งมอบให้แก่โรงเรียน 489 แห่ง เป็นจำนวน 8,795 เล่ม คิดเป็นมูลค่าราคาปกรวมกว่า 1.3 ล้านบาท

        

  • โครงการ "เปลี่ยนความคิด ชีวิตมีสุข" :  โครงการเพื่อการเผยแพร่เรื่องราวดีๆ สำหรับเป็นข้อคิด และแรงบันดาลใจผ่าน CD โดยลูกค้าและผู้ที่สนใจสามารถรับแผ่น CD ได้ฟรี ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน และสมทบทุนเพื่อเผยแพร่ได้ที่กล่องรับบริจาคโครงการ "เปลี่ยนความคิด ชีวิตมีสุข" ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

 

การป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น

           บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจที่มีความโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย ต่อต้านและไม่สนับสนุนการคอร์รัปชั่น เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีนโยบายที่จะสนับสนุนให้ทั้งพนักงาน ดำรงตนให้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ ตลอดจนส่งเสริมให้คู่ค้าของบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วยความโปร่งใส โดยมีเป้าหมายในการสร้างความร่วมมือในการจรรโลงสังคมให้เจริญรุดหน้าอย่างยั่งยืน คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดให้มีนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น โดยนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance Policy) ที่บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญ และกำหนดให้มีการทบทวนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักมาตรฐานสากล

  • การดำเนินการในการต่อต้านคอร์รัปชั่น :  บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยในปี พ.ศ. 2554 บริษัทฯ ได้ลงนามเข้าร่วมเพื่อประกาศเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Collective Anti-Corruption : CAC) รวมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริต เพื่อพัฒนาความรู้อย่างสม่ำเสมอ

 



Website : www.se-ed.com/csr

Email : csr@se-ed.com

facebook : www.facebook.com/PlukKhwamRu

มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น : www.smarterthais.org

 
รายงานการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน    DOWNLOAD